special part jade & christ

Saturday, January 08, 2005

(Special Part) Jade&Christ

SF

มาร์คัสกำลังยืนอยู่ภายในห้องรับรองส่วนตัวอันกว้างขวาง ชั้นบนสุดของเดเวอโรทาวเวอร์ ร่างสูงใหญ่ยืนมองออกไปข้างนอกผ่านบานกระจกหนากรองแสงขณะกำลังพูดโทรศัพท์

“o.k. นายดูแลอย่าให้คลาดสายตานะ แล้วอย่าให้ทั้งคู่รู้ตัวด้วยนะเดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุกเสียเปล่าๆ” มาร์คัสเงียบไปชั่วครู่ก่อนออกคำสั่งต่อ

“ระวังให้มากล่ะร็อบ อย่าให้มีอะไรผิดพลาดได้ไม่งั้นทั้งชั้นทั้งนายได้ตายเพราะเจ้านายของเราทั้งคู่แน่ๆ”

หลังจากวางหูมาร์คัสก็อมยิ้ม เมื่อนึกถึงเจ้านายของเขา แมกซิมิเลียนกับอเล็กซิส เดเวอโร ถ้าทั้งคู่รู้เรื่องที่เขายอมให้เจดกับคริสต์ออกไปเที่ยว โดยไม่มีบอดี้การ์ดตามติดเป็นโขยงเหมือนทุกทีล่ะก็คงโมโหน่าดู

‘ช่วยไม่ได้ เขาทนกับแววตาขอร้องของเจดกับคริสต์ไม่ได้สักที แล้วพักนี้ทั้งแมกซ์กับอเล็กซ์ก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาให้กับทั้งคู่เสียด้วย ได้ออกไปเที่ยวตามลำพังคงจะทำให้ทั้งคู่หายเบื่อไปได้บ้าง’

มาร์คัสคิดในใจ เมื่อนึกถึงเจดที่เพิ่งได้หยุดพักยาวหลังจากที่ย้ายมาทำงานกับเจ้านายจอมยุ่งอย่างอเล็กซ์ แล้วคริสต์ที่เพิ่งเสร็จจากงานแสดงภาพที่จัดร่วมกับเพื่อนๆ แค่ตามใจนิดหน่อยคงไม่เป็นไร มาร์คัสคิดเมื่อทั้งคู่ขอออกไปข้างนอกโดยไม่ยอมให้มีใครคอยตามเหมือนทุกที ชายร่างใหญ่คิดเขาก็แค่ให้คนของเขาตามห่างๆ แทน ไม่ให้รู้ตัวเท่านั้นเอง

c c c c c c

“เอ่อ ไม่ทราบต้องการเบอร์อะไรครับ” ผู้จัดการร้านที่แต่งสูทเรียบร้อยถามอย่างสุภาพ เมื่อทั้งคู่เลือกแบบแหวนได้ แววตามีรอยยิ้มเล็กน้อย เขาสังเกตลูกค้าคู่นี้อยู่พักใหญ่แล้ว ท่าทางจะเลือกจะมาเลือกแหวนให้คนรักล่ะมั้ง

“เบอร์!” เจดกับคริสต์ทวนคำพร้อมกัน แล้วก็ยิ้มเจื่อนๆ เมื่อลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป

“ครับเบอร์ของขนาดนิ้วน่ะครับ แต่ถ้ารับไปแล้วใส่ไม่ได้ร้านเราบริการเปลี่ยนได้นะครับ”

“เจด ทำไงล่ะผมไม่รู้ขนาดนิ้วของแมกซ์” คริสต์อุทาน เจดก็ส่ายหัวเมื่อรู้ว่าตัวเองออกจะเด๋อด๋าไปหน่อย ทำไมถึงลืมคิดได้นะ

“ผมก็ไม่รู้ของอเล็กซ์เหมือนกัน ไม่เคยซื้อแหวนให้ใครสักทีนี่นา แต่ทั้งคู่น่าจะใส่เบอร์เดียวกันนะ เรากะเอาได้มั้ยเนี่ย”

คริสต์ถอนหายใจมองไปรอบๆ แล้วก็คิดได้ เมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ร่างบางมองดูมือของชายร่างสูงนั้น คงเท่าๆกับแมกซ์ล่ะมั้ง คริสต์ยิ้มอย่างซุกซนแล้วยื่นหน้าไปกระซิบผู้จัดการร้านซึ่งหันมองตามสายตาร่างบางแล้วก็อมยิ้ม

“ได้ครับ”

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็ได้รับกล่องใส่แหวนมาขณะเซ็นสลิปบัตรเครดิต เจดยังหน้าแดงไม่เลิก บ่นพึมพำ

“คริสต์ คิดได้ยังไงไปขอคลำนิ้วคนอื่นแล้วถามเบอร์แหวนเขาน่ะ คู่หมั้นเขามองตาเขียวเลย เห็นมั้ย”

“แหม เจด ก็ผมสังเกตดูเขาขนาดนิ้วเขาเท่าๆ กับแมกซ์หรืออเล็กซ์เลยน่ะซิ ไม่ดีเหรอจะได้ซื้อไปพอดีไง” ร่างบางยิ้มอย่างซุกซน แล้วก็แถมท้ายว่า

“แล้วก็ที่ผู้หญิงคนนั้นตาเขียวน่ะ เป็นเพราะคู่หมั้นเขาไม่ยอมปล่อยมือเจดมากกว่ามั้ง ไม่ใช่เพราะผมหรอก” คริสต์พูดจบก็เหลือบตาไปที่คู่หนุ่มสาวคู่นั้น ซึ่งฝ่ายหญิงกำลังทำหน้าไม่พอใจขณะที่ฝ่ายชายกลับทำตาปรอยมองมาที่เจดไม่วางตา จนกระทั่งถูกฝ่ายหญิงลากออกไปจากร้าน

“ไม่ใช่สักหน่อย” เจดอุทานเสียงดังหน้าแดงระเรื่อ รีบตวัดสายตามองไปที่ผู้จัดการร้านที่ยืนฟังอยู่ พอเห็นแววขบขันในดวงตานั้น ร่างบางยิ่งอายหนักขึ้นพึมพำขอบคุณรับบัตรคืน แล้วลากคริสต์ออกจากร้านทันที

c c c c c c

“กลับกันดีมั้ยคริสต์ บ่ายโมงกว่าแล้วนะ เดี๋ยวแมกซ์กับอเล็กซ์ออกจากห้องประชุมมาแล้วไม่เจอเรา มาร์คัสจะลำบากเปล่าๆ”

เจดหันไปถามคริสต์หลังจากที่เดินเที่ยว และซื้อของที่ต้องการได้แล้ว แต่ก็พบร่างบางกำลังสนใจกับป้ายโฆษณาสวนสนุกที่ติดประกาศกลางห้างสรรพสินค้าอยู่ คริสต์หันกลับมาดวงตาสีม่วงงดงามเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

“เจดครับเราไปเที่ยวสวนสนุกกันมั้ยครับ” เจดขมวดคิ้วเรียว ก่อนจะย้อนถาม

“สวนสนุกหรือ” เจดมองคริสต์แม้จะพยายามทำหน้าเฉย แต่แววตาสีเขียวงดงามเป็นประกายด้วยความขบขัน “มีแต่เด็กไปเที่ยวล่ะมั้ง”
คริสต์ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย เมื่อมองสายตาของเจดออก

“ก็ผมไม่เคยมีโอกาสได้ไปสักที เจดพาผมไปหน่อยสิครับ นะครับ” คราวนี้เจดยิ้ม ก่อนจะพูดหน้าตาเฉยเช่นเดิม

“ผมก็ไม่เคยไปเหมือนกัน ผมไม่เคยมีเวลาเที่ยวหรอกต้องทำงานด้วยเรียนด้วย เพราะตอนนั้นต้องการจบออกมาทำงานเร็วๆ น่ะ”

“เห็นมั้ย งั้นก็ไปกันนะครับ” คริสต์เกาะแขนเจดแล้วเขย่าเล็กน้อย แต่เจดค้านเบาๆ

“เราออกมานานแล้วนะ” คริสต์ทำหน้าเสียเมื่อได้ยินดังนั้น ทำให้เจดมองอย่างใจอ่อน

“ตกลง ก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น” เฮ้อ! เขาก็เหมือนกับคนอื่นนะแหละที่ใจอ่อนกับคริสต์เสมอ เจดคิดในใจ

“ไชโย รักเจดที่สุดเลย” คริสต์อุทานแล้วหัวเราะร่าเริง

ร็อบมองร่างบางของทั้งคู่ขณะวางหูโทรศัพท์ เมื่อรับคำสั่งมาร์คัสแล้วถอนหายใจ ความจริงแล้วเขายิ่งกว่าเต็มใจมารับหน้าที่นี้ แต่ก็ลำบากใจไม่น้อยเพราะทั้งเจดกับคริสต์ช่างไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นจุดสนใจขนาดไหน เขามองดูใบหน้าแจ่มใส งดงาม รวมทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะร่าเริงของทั้งคู่นั้น แล้วก็นึกในใจมิน่าคุณแมกซ์กับคุณอเล็กซ์ถึงได้หวงนัก ทั้งหวงทั้งห่วงจนแทบไม่เคยปล่อยไปไหนตามลำพังเลยก็ว่าได้ ถ้ารู้ว่าออกมาเที่ยวตามลำพังอย่างนี้สงสัยจะโมโหหนัก ร็อบคิดอย่างสยองในใจ

เขากวาดตามองดูคนจำนวนมาก ที่มองตามทั้งคู่ด้วยความชื่นชม ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วถ้าเกิดมีคนน่าสงสัยมาสักคนเขาจะดูออกได้ยังไงนี่ ร็อบคิดอย่างกังวลแกมหนักใจ แล้วก็ขยับตาม เมื่อทั้งคู่เดินออกจากห้างสรรพสินค้า

c c c c c c

แมกซ์กับอเล็กซ์ เดินเข้ามาในห้องพักรับรองและได้ยินคำสั่งในตอนท้ายของมาร์คัสพอดี แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะมาร์คัสมักจะยุ่งอยู่กับการรักษาความปลอดภัยอยู่เป็นประจำ มาร์คัสหันกลับมาทักเจ้านาย

“ประชุมเสร็จแล้วหรือครับ ช้ากว่าที่กะไว้เกือบชั่วโมง”

“อืมม์” แมกซ์รับคำ ขณะกวาดสายตาไปในห้องกว้างเมื่อไม่พบร่างที่มองหาอยู่จึงขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะทรุดนั่งที่โต๊ะอาหาร พอดีกับที่อเล็กซ์ถามขึ้นโดยไม่รอช้าหลังจากที่นั่งตรงข้ามพี่ชาย

“เจดกับคริสต์ล่ะ มาร์คัส”

“คุณเจดกับคุณคริสต์รับประทานเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เจ้านายคงต้องรับกันแค่สองคนล่ะครับ” มาร์คัสตอบคำถามเพียงครึ่งหนึ่งอย่างยิ้มๆ พยักหน้าให้พนักงานเริ่มเสิร์ฟอาหาร

แมกซ์เหลือบมองนาฬิกา แล้วก็ถอนใจจริงสินี่ก็บ่ายโมงเข้าไปแล้ว การประชุมยืดเยื้อมากกว่าที่คิด เจดกลับคริสต์จะโกรธหรือเปล่าก็ไม่รู้ อุตส่าห์นัดมากินอาหารเที่ยงด้วยกัน แต่เขากลับผิดเวลาไปตั้งมาก เขาคิดก่อนจะเริ่มรับประทานอาหาร

“พักนี้พวกคุณดูยุ่งๆ มากเลยนะครับ” มาร์คัสค่อยๆ เกริ่นเรื่อง

“อืมม์ก็เรื่องปกติล่ะนะ ก่อนการประชุมสรุปผลประจำปีก็หยั่งงี้แหละ” แมกซ์กล่าวแก้

“เพียงแต่ว่าคราวนี้พวกคุณดูยุ่งมาก จนลืมอะไรไปหรือเปล่าครับ” อเล็กซ์ขมวดคิ้วแล้วถามทันที

“นายหมายความว่ายังไงน่ะ มาร์คัส ”

“ก็แค่บอกว่าดูเหมือนพวกคุณจะไม่ค่อยมีเวลาให้คุณเจดกับคุณคริสต์เลยนะครับ” มาร์คัสตั้งคำถามให้คิด แล้วก็แกล้งแหย่ต่อ

“ถึงทั้งคู่จะไม่เคยบ่นก็เถอะ แต่ถ้าไม่คอยดูแลเอาใจใส่ระวังจะเป็นฝ่ายถูกทิ้งนะครับ”

อเล็กซ์นั่งเงียบไป จริงสิช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เขากับแมกซ์ค่อนข้างยุ่ง ออกมาทำงานแต่เช้าแถมกลับก็ค่ำ ไม่ค่อยมีเวลาให้กับเจดกับคริสต์เลย อเล็กซ์คิดขณะที่แมกซ์ฟังคำพูดแปร่งๆ ตอนท้ายของมาร์คัสแล้วค่อยๆ รวบช้อนส้อม มองหน้ามาร์คัสก่อนถามเสียงเย็น

“นายพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง แล้วนี่เจดกลับคริสต์ไปไหน”

“อ้าวผมยังไม่ได้บอกพวกคุณหรือครับนี่ว่า คุณเจดกับคุณคริสต์ออกไปซื้อของข้างนอก มาร์คัสทำเสียงซื่อ

“อะไรนะ” อเล็กซ์อุทาน ก่อนจะถามต่ออย่างรวดเร็ว “ไปกับใคร”

“ไปกันสองคนครับ เห็นบอกว่าอยากเดินเที่ยวไม่อยากให้ใครคอยเดินตามเหมือนนักโทษ คุณคริสต์ขับรถไปเอง”

“อะไรนะ!” ถึงคราวแมกซ์อุทานบ้างแล้วงึมงัมในลำคอ “มันน่ายึดรถไว้จริงๆ”

“กล้าหรือครับ รถคันนั้นคุณคาร์ลซื้อให้นะ คุณคริสต์รักมันมากด้วยเพราะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายก่อนที่คุณคารล์จะเสีย” มาร์คัสพูดถึงพ่อของคริสต์ที่เพิ่งเสียชีวิตไปได้ไม่ถึงปี ทำให้แมกซ์อึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาไปที่มาร์คัสอย่างโมโห

“มาร์คัส นายก็รู้สถานการณ์ตอนนี้นี่นา ชั้นไม่อยากเสี่ยงกับไอ้พวกลักพาตัวทั้งหลายที่มีอยู่เกลื่อนเมืองอยู่ในตอนนี้นะ ถ้าพวกมันรู้ว่าเจดกับคริสต์มีความสัมพันธ์กับเดเวอโรล่ะ”

“ก็ทั้งคู่คงยังไม่ชินกับระบบรักษาความปลอดภัยนะครับ เลยขอไปตามลำพัง” มาร์คัสตอบสีหน้าเรียบเฉยขณะอมยิ้มในใจ

“แล้วนายก็ยอมงั้นสิ” อเล็กซ์หัวเสีย เขารู้ว่าด้วยอำนาจเงินมหาศาลของเดเวอโรทำให้เขากับแมกซ์เสี่ยงกับหลายๆเรื่อง พวกเขาจึงต้องอยู่กับการคุ้มกันตั้งแต่เด็กจนเคยชิน ทำให้ลืมคิดไปว่าเจดกับคริสต์อาจจะอึดอัดกับเรื่องนี้ก็ได้

“งั้นเจ้านายลองมาปฏิเสธ เวลาคุณเจดกับคุณคริสต์ขออะไรดูสิ เผื่อจะใจแข็งกว่าผมมั่ง”

อเล็กซ์ได้ยินคำตอบจากลูกน้องทำเอาอึ้งไป เพราะรู้ตัวดีว่าทั้งเขากับแมกซ์เองนั่นแหละที่ใจอ่อนกับทั้งคู่ยิ่งกว่าคนอื่นๆ อีก

สายตาคมกริบของแมกซ์มองไปที่มาร์คัส ในใจเขาก็กังวลไม่แพ้อเล็กซ์ ถึงแม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าเป็นเรื่องของเจดกับคริสต์แล้วมาร์คัสไม่เคยประมาท เพราะมาร์คัสเองก็รักเจดกับคริสต์มาก และในตอนนี้ก็คอยระวังความปลอดภัยให้กับทั้งคู่มากกว่าพวกเขาเสียอีก มาร์คัสมองท่าทางของเจ้านายทั้งคู่จึงยิ้ม ก่อนจะยอมเอ่ยปากหลังจากปล่อยให้กระวนกระวายเล่นไปพักใหญ่

“ผมให้ร็อบตามไปดูแลห่างๆ ไม่ให้รู้ตัวครับ”

“แล้วตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่ไหน” มาร์คัสอมยิ้มหันไปกดโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนตอบอย่างขำๆ แววตาเป็นประกายเมื่อพยายามกลั้นหัวเราะ

“สวนสนุกครับ”

“สวนสนุก” ทั้งแมกซ์และอเล็กซ์อุทานพร้อมกัน ทั้งคู่อึ้งแล้วมองหน้ากัน แมกซ์จึงคว้าเสื้อก่อนจะลุกขึ้น

“เอารถออก”

“จะไปไหนครับ” มาร์คัสแกล้งถาม ทำให้แมกซ์หันมามองอย่างโมโห ส่วนอเล็กซิสก็พึมพำด่ามาร์คัส

c c c c c c

เจดกับคริสต์มองไปรอบๆ สวนสนุก ตอนแรกทั้งคู่ก็รู้สึกเขินนิดๆ แต่พอมองไปรอบๆก็เห็นทั้งเด็กและผู้ปกครองเต็มไปหมด ที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่าเขาก็มีตั้งมากมาย ทำให้ไม่รู้สึกแตกต่างกับคนอื่นมากนัก สำหรับเจดแม้ตอนแรกจะวางท่าเป็นผู้ใหญ่กว่าคริสต์เพราะถือว่าตนเองอายุมากกว่าตั้ง 2 ปี แต่ไม่นานเจดเองก็เริ่มสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดพอๆ กับคริสต์ทีเดียว

เจดกับคริสต์หัวเราะร่าเริงเมื่อก้าวลงจากรถไฟเหาะ แม้จะสนุกแต่ก็เข่าอ่อนจนเดินต่อไม่ไหวต้องทรุดตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้บริเวณนั้น ใบหน้างดงามของทั้งคู่แดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยขณะนั่งพิงกันอยู่ เป็นเหตุให้หลายคนที่ผ่านไปมามองอย่างสนใจ โดยเฉพาะร่างสูงที่ก้าวเดินลงจากรถไฟเหาะตามหลังทั้งคู่

“คริสต์ หิวมั้ย” พอเจดถามประโยคนั้น คริสต์ก็หัวเราะ

“หิวมากเลย ผมอยากกินไส้กรอกกับขนมปังที่เขาขายอยู่ตรงนั้น ไม่ได้กินตั้งนานแล้ว ได้มั้ยครับ”

“แน่ล่ะสิใช้พลังงานหมดไปตอนร้องเมื่อกี้ล่ะมั้ง ไปเถอะ” เจดคว้าแขนคริสต์ลุกขึ้น

หลังจากเล่นเครื่องเล่นอีกพักใหญ่ ทั้งคู่ก็เดินผ่านมาที่บ้านผีสิง เจดมองข้างหน้าแล้วกระตุกแขนคริสต์เบาๆ

“สนใจนี่หรือเปล่าคริสต์?” คริสต์มองแล้วยิ้มแหยเพราะไม่ชอบความมืดมาตั้งแต่คราวที่มีประสบการณ์ติดอยู่ในสิฟต์ตอนยังเด็กแล้ว ร่างบางมองเจดแล้วคิดในใจ คนเรียบร้อยอย่างเจดไม่น่าสนใจไอ้นี่เลยนี่นา ขนาดเขาเองยังไม่กล้าเลย

“บ้านผีสิง! เจดอยากลองหรือ แต่ถ้ามันน่ากลัวมากล่ะจะทำไง” เจดเองก็ลังเลเหมือนกันเมื่อคนร่วมทางเกิดกลัวขึ้นมาซะก่อน อุตส่าห์หวังจะให้เป็นที่พึ่งซักหน่อย

“นั่นสิ เคยได้ยินคนบอกว่าน่ากลัวมากด้วย” ทั้งคู่ยืนลังเลอยู่ ลักษณะอยากลองแต่ก็กลัวนั้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงที่สังเกตการณ์อยู่ข้างหลังอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อได้ยินทั้งคู่ปรึกษากัน เจดกับคริสต์หันขวับไปทันที คริสต์มองเขาด้วยสายตาขุ่นๆ อย่างอายแกมไม่พอใจ

“ขอโทษครับ ขอโทษ” เขายังหัวเราะอยู่ “ผมเพียงแต่ไม่คิดว่าคนโตๆ แล้วจะยังกลัวผีอยู่ อันนี้เขาไว้หลอกเด็กนะครับ”

“เราไม่ได้กลัวสักหน่อย” คริสต์ยังปากแข็ง

“งั้นเข้าไปดูกันไหมล่ะ” ชายหนุ่มยังยั่วต่อ เมื่อเห็นใบหน้างดงามนั้นแดงด้วยความโมโห เขารู้สึกสนใจร่างบางทั้งคู่โดยเฉพาะคริสต์ตั้งแต่ลงมาจากรถไฟเหาะ และพอรู้ตัวก็พบว่าตนเองเดินตามทั้งคู่มาเรื่อยๆ เสียแล้ว

“อ้อ ผมชื่อพีทนะครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัว ขณะที่คริสต์ทำเสียงขึ้นจมูกแต่เจดจับแขนปรามไว้ พิจารณาชายหนุ่มที่ดูท่าทางสุภาพ แววตาแจ่มใสตรงหน้า แล้วจึงยิ้มให้

“ผมชื่อเจดครับ นี่คริสต์”

“เข้าไปดูกันไหมครับ ผมเคยครั้งหนึ่งแล้วมีอะไรสนุกดีเหมือนกับ ไม่น่ากลัวนักหรอก”

พีทพูดเสียงสุภาพกับเจด เขามองร่างตรงหน้าพร้อมกับนึกชมในใจ ทั้งคู่คงอายุประมาณ 20 กว่านิดหน่อย บุคลิกดูต่างกันขณะที่เจดงดงามนุ่มนวลดูอ่อนโยนและเป็นผู้ใหญ่กว่า แต่คริสต์ดูร่าเริงและซุกซนใบหน้างดงามแจ่มใสนั้นทำให้คนที่มองอดยิ้มรับไม่ได้ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังดูเปิดเผยไม่ระแวงและคงไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองสะดุดสายตาคนอื่นๆ ที่พบเห็นอย่างไร เจดยืนลังเลก่อนมองคริสต์แล้วก็ตัดสินใจ

“ลองดูก็ได้นะคริสต์ มีเพื่อนแล้ว ตั้ง 3 คนคงไม่น่ากลัวเท่าไหร่”

คริสต์เดินตามเจดช้าๆ มือจับมือเจดไว้แน่น ทำให้ไม่เห็นสายตาขบขันของพีทที่เดินตามหลังมา พอเข้าไปได้ไม่กี่ก้าวทุกอย่างก็มืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นอะไรเลย ร่างบางกระซิบเสียงสั่น

“เจดอย่าเดินเร็วนักซิ” เจดเองก็ชักกลัวเหมือนกัน ความมืดทำให้หวาดระแวงแล้วก็ทำให้จินตนาการแล่นดีนักล่ะ ไหนจะเสียงหวีดหวิวที่น่ากลัวนั่นอีก ทั้งคู่ได้ยินเสียงหัวเราะของพีทอยู่ใกล้ๆ ทำให้ใจชื้นขึ้นมานิด แต่พอเดินไปสักครู่ด้วยความที่มืดสนิททำให้คริสต์สะดุดกับอะไรบางอย่างจนเซถลาล้มลง ปล่อยมือจากมือเจด และได้ยินเสียงเจดอุทานด้วยความเป็นห่วง

“คริสต์ เป็นอะไรหรือเปล่า”

แต่พอเงยหน้าขึ้นทั้งคู่ก็ต้องร้องด้วยความตกใจ เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรลอยวูบผ่านหน้าเมื่อหันไปมองตามแสงเขียวเรืองในความมืด คราวนี้ทั้งคู่กรีดเสียงร้องพร้อมกันเมื่อเห็นกับภาพที่น่ากลัวตรงหน้าในระยะประชิด คริสต์ตะกายลุกขึ้นก่อนจะขยับไปชนกับอีกคนที่อยู่ข้างหน้า ทำให้นึกว่าเป็นเจด คริสต์โอบแขนรอบตัวคนตรงหน้าด้วยความตกใจซุกใบหน้าแนบกับร่างนั้นแน่นหลับตาปี๋

“เจด ไม่เอาแล้วมันมืดแล้วก็แคบผมอยากออกไปแล้ว” คริสต์พึมพำเสียงสั่นเมื่อแขนนั้นโอบรอบตัวเขาอย่างนุ่มนวล แล้วรู้สึกสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากเจดที่กระทบแก้มอย่างปลอบโยน ด้วยความตกใจทำให้คริสเตียนไม่สนใจสังเกตอะไรยังคงกอดร่างนั้นไว้แน่น ร่างบางหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความตกใจ จนกระทั่งเสียงต่างๆ เงียบไป คริสต์จึงค่อยๆ ถอยออกมารู้สึกแปลกใจในอ้อมแขนที่ค่อยคลายออกอย่างไม่เต็มใจนัก

“ผมกลัวแทบตายแน่ะเจด” ร่างบางพึมพำกระซิบเบาๆ แต่เจดก็ยังคงเงียบอยู่

“ออกไปเถอะครับ ไม่เอาแล้วล่ะ” เขาเลื่อนมือไปจับมือของเจด แล้วขยับจะก้าวเดิน ร่างบางก็สะดุดอีกครั้งทำให้ถลาลงไปอีก คราวนี้เจ็บจนต้องอุทานออกมา

“โอ๊ย”

“คริสต์!” เสียงเจดอุทาน คริสต์จึงเอื้อมมือไปหา

“เจดหรือครับ อยู่ตรงไหน”

“ตรงนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า” เจดควานหาแล้วก็คว้ามือคริสต์ไว้ได้

“ไม่เป็นไรครับ เจดเก่งจังไม่กลัวเลย”

“ใครบอก ผมตะโกนจนเจ็บคอไปหมดแล้ว” เจดหัวเราะเสียงสั่น ปรากฎว่าหลังจากนั้นคริสต์ก็หลับตาเดินปล่อยให้เจดจูงตลอดทางด้วยความกลัวโดยไม่ยอมมองอะไร ได้ยินแต่เสียงก็ขนลุกพออยู่แล้ว ร่างบางคิดในใจไม่อยากเห็นอะไรให้ตกใจอีก คราวนี้มีเสียงพีทแนะนำให้เดินอยู่ด้านข้างทำให้ร่างบางใจชื้นขึ้นมาหน่อย

คริสต์ค่อยๆ ลืมตาเมื่อเจดบอกว่ามาถึงทางออกแล้วร่างบางถอนหายใจโล่งอกกระพริบตาปรับให้ชินกับแสงสว่างภายนอก ทั้งคู่หันมายิ้มให้กันอย่างขำๆ แต่พอปรับสายตากวาดมองไปข้างหน้า ทั้งคู่ก็ต้องยิ้มเจื่อนๆ เมื่อมองไปเห็นแมกซ์ กับอเล็กซ์ยืนหน้าเข้มกอดอกรออยู่ข้างนอก มีมาร์คัสยืนอมยิ้มอยู่ด้านข้าง

“แมกซ์” คริสต์อุทานเบาๆ

แมกซ์มองใบหน้าแดงเรื่อของร่างบางตรงหน้าที่ค่อยๆ เดินเข้ามาหา คริสต์ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผมสีทองสลวยรุ่ยปรกหน้า เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยเปื้อนที่แขนเสื้อ และกระดุมเสื้อหลุดเม็ดหนึ่งไปจนเห็นผิวขาวนวลและคอระหง แมกซ์ลูบเรือนผมนั้นเบาๆ แล้วคลี่เสื้อตนเองออกคลุมไหล่บางนั้น

ร่างบางเงยหน้าขึ้นอย่างกังวลเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อพบแววเป็นห่วงในดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นคริสต์จึงยิ้มกับเขาอย่างแจ่มใส จนชายหนุ่มอยากจุมพิตเพื่อแบ่งปันเอาความสดชื่น รื่นเริงนั้นมาให้ตนเองบ้าง เขายิ้ม

“สนุกรึเปล่า”

“ครับ สนุกมาก”

“ทำไมถึงเข้าไปในนั้น เดี๋ยวอาการแย่ลงไปอีก ถึงจะไม่ใช่ลิฟต์ก็เถอะ” แมกซ์พูด

“ผมดีขึ้นแล้วนะครับ คิดว่าคงไม่เป็นไร” คริสต์หน้าแดงเมื่อหวนคิดไปถึงการแก้ไขความกลัวของเขาในลิฟต์เมื่อนานมาแล้ว แมกซ์เองก็ยิ้มตาเป็นประกายพราว

คริสต์ยิ่งเขินอาย แก้เขินโดยหันไปกระพริบตาให้กับเจด แล้วยิ้มอย่างซุกซน

เจดหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันไปหาอเล็กซ์ อเล็กซ์มองรอยยิ้มของเจดแล้วโอบร่างบางของเจดเข้ามากอดอย่างไม่แคร์สายตาใคร เนื่องจากความกังวลที่มีมาตลอดทางค่อยๆ หายไปตั้งแต่เห็นร่างบางเดินออกมาจากบ้านผีสิงแล้ว ทำให้เจดเงยหน้ามองอย่างงงๆ ก่อนจะนึกถึงคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“ผมได้เพื่อนใหม่ด้วยนะครับ” เจดเงยหน้าบอกอเล็กซ์

เจดหันมาทางพีทที่กำลังมองพวกเขาอยู่ พีทกำลังคิดในใจ นึกอยู่แล้วเชียวว่าหน้าตาอย่างนี้คงมีเจ้าของแล้วแน่ๆ พีทมองร่างบางของคริสต์อย่างอาวรณ์ เมื่อนึกถึงความอบอุ่นในอ้อมแขน และกลิ่นหอมที่กรุ่นยังติดจมูกอยู่ ถ้าคริสต์รู้ว่าคนที่เขากอดนั้นไม่ใช่เจดจะเป็นยังไงนะ คงโมโหน่าดู แต่ที่สำคัญร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นคงยิ่งโมโหหนักยิ่งกว่า

แมกซ์กับอเล็กซ์มองพีทอย่างพิจารณา ทั้งคู่มองดูสายตาของพีทแวบเดียวก็อ่านออก

“ขอบใจ ที่ช่วยดูแลเจดกับคริสต์” แมกซ์พูด แต่น้ำเสียงมีแววเตือนในที

“ไม่หรอกครับ ผมต่างหากที่โชคดีที่มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่น่ารักอย่างนี้” น่าเสียดายเขาอยากจะมีโอกาสสานสัมพันธ์ต่อ แต่ก็ต้องตัดสินใจถอนตัวดีกว่า เจ้าของหวงอย่างนี้และดูท่าทางมีอำนาจอย่างนี้คงไม่ใช่บุคคลระดับธรรมดาแน่ พีทเหลือบดูผู้ติดตามทางเบื้องหลัง ที่หน้าตาเหมือนจะเป็นพวกบอดี้การ์ด

เจดมองพีทที่ดูท่าทางเงียบไปเมื่อเจอกับแมกซ์และอเล็กซ์ ร่างบางจึงขยับก้าวออกมาพูดอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณนะครับพีท” พีทยิ้มเมื่อเห็นท่าทางอ่อนโยนของเจด แล้วเขาจึงเหลือบตามองไปทางคริสต์ เห็นร่างบางหน้าแดงเล็กน้อยเพราะอยากจะขอบคุณแต่ก็รู้สึกอายที่ตอนแรกตั้งแง่กับพีทไว้ก่อน คริสต์เหลือบตามองเขาแล้วเมินหน้าหนี ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“ขอบคุณ” เพียงแค่แววไมตรีในดวงตาสีม่วงคู่สวยนั้นก็ทำให้พีทมีความสุข เขาเอ่ยปากลา

“ลาก่อนนะครับ”

แมกซ์กับอเล็กซ์เห็นท่าทีของคนรักแล้วรู้สึกเหมือนไฟลุกพรึบขึ้นมาวูบหนึ่ง เมื่อเดินออกมาจากสวนสนุกทั้งคู่จึงเงียบอย่างพยายามระงับอารมณ์ ทำให้เจดกับคริสต์ออกจะงงกับท่าทีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรในขณะที่มาร์คัสมองท่าทางของเจ้านายทั้งคู่แล้วก็แอบยิ้ม

‘สม ท่าทางคงหึงหนัก’

เมื่อมาถึงรถยนต์คันยาวใหญ่สองตอน ที่กินเนื้อที่ในลานจอดรถเป็นสองเท่าของคันอื่นทีเดียว คริสต์ก็ถอนหายใจก่อนที่จะยอมส่งกุญแจรถตนเองให้มาร์คัสซึ่งโยนไปให้ร็อบต่อเพื่อนำกลับ ทั้งคู่ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถเมื่อมาร์คัสเปิดประตูให้ ก่อนจะอ้อมไปนั่งข้างหน้ากับคนขับ

คริสต์พิงศีรษะกับไหล่เจดด้วยความเพลียจากที่สนุกมาทั้งวัน ทำให้เจดหัวเราะเบาๆ

“ดูสิคริสต์ ทำเหมือนเด็กเลย เล่นแล้วก็ง่วง”

แมกซ์กับอเล็กซ์นั่งเหยียดปลายเท้ายาวบนเบาะตรงข้ามกับร่างบาง มองเจดกับคริสต์แล้วทั้งคู่กำลังนึกถึงคำพูดของมาร์คัส แมกซ์ถอนใจก่อนจะถาม

“ชอบสวนสนุกมากหรือเปล่า คริสต์” ร่างบางลืมตามอง

“ก็ชอบครับ” คริสต์ขยับตัวก่อนเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าของแมกซ์กับอเล็กซ์ “พวกเราเพียงแต่อยากจะลองมาเที่ยวดูเท่านั้น ไม่โกรธใช่มั้ยครับ แมกซ์”

“ไม่หรอก แต่ผมเป็นห่วงไม่อยากให้มาเพียงแค่สองคน” แมกซ์ตอบ

“คราวหน้าถ้าอยากมาอีกผมจะพามา หรือถ้าอยากไปไหนก็ให้บอก พวกเราจะได้ไปด้วยกันดีมั้ย” อเล็กซ์เสริมขึ้น

“ดีจัง คราวหน้าให้แมกซ์พาไปดูในบ้านผีสิงดีกว่า คราวนี้ผมหลับตาเดินตลอดไม่เห็นอะไรเลย” คริสต์มองแมกซ์อย่างไว้วางใจ

“ถ้าอยู่กับแมกซ์ผมคงไม่กลัวหรอก”

“มิน่าหกล้มตั้งสองครั้ง แถมร้องจนแก้วหูผมจะแตก” เจดล้อ

“เจดเองก็ร้องเหมือนกันแหละ” คริสต์ไม่ยอมแพ้ ทำให้เจดหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพึมพำ

“ก็มันน่ากลัวจริงๆ นี่นา”

“นั้นสิ ตอนแรกที่ผีดิบโผล่ออกมาน่ะ ผมกลัวมาก เลยกอดเจดเอาไว้แน่นเลย” ร่างบางมองเจดอย่างขอบคุณ แต่เจดกลับมองคริสต์อย่างงๆ

“คริสต์ไม่ได้กอดผมสักหน่อย”

“กอดสิ เจดเองก็กอดผมแน่น แล้วยังหอมแก้มผมเลย” ร่างบางยกมือลูบแก้มเบาๆ ราวกับจะยืนยัน แต่พอเห็นสายตาปฏิเสธของเจดแล้วร่างบางก็อึ้ง กลอกตาวูบหนึ่งก็รู้ตัว ยกมือปิดปากเบาก่อนจะเงียบแล้วเหลือบสายตาไปทางแมกซ์ช้าๆ ยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นประกายโทสะในดวงตาคมกริบคู่นั้น

แมกซ์มองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาขุ่นๆ เมื่อได้ยินคำสนทนาของทั้งคู่ โทสะวูบขึ้นมาทันทีที่รู้ว่ามีคนอื่นมาแตะต้องคริสต์แถมยังขโมยจูบไปอีก เขาเอื้อมมือดึงร่างบางที่นั่งฝั่งตรงข้ามมานั่งซ้อนตักตัวเอง ขณะที่อเล็กซ์มองฤทธิ์โมโหหึงของพี่ชายอย่างขำๆ แล้วก็เป็นฝ่ายลุกย้ายที่มานั่งข้างเจดแทน ไม่น่าเชื่อว่าคนเงียบขรึมอย่างพี่ชายเขาถึงกับเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อเป็นเรื่องของคริสต์

แมกซ์รัดร่างคริสต์ไว้แน่น ก่อนจะกระซิบถาม

“หมายความว่ายังไงคริสต์ คุณยอมให้คนอื่นกอดแล้วจูบงั้นหรือ” ตอนแรกคริสต์ก็สะดุ้งตกใจกับท่าทีของแมกซ์ แล้วต่อมาก็ก้มหน้าแอบยิ้มกับอกเสื้อของแมกซ์

“ก็ผมนึกว่าเป็นเจดนี่นา” ร่างบางตอบแล้วยกมือลูบที่แก้มเบาๆ

“คงเป็นพีทล่ะมั้ง มิน่าล่ะไม่ยอมพูดเลย ตอนนั้นนะ”

แมกซ์มองกริยาของคริสต์แล้วก็นึกอยากบีบคอใครขึ้นมาสักคน ยิ่งนึกถึงแววตาของพีทที่มองดูคริสต์ตอนอยู่ที่สวนสนุกนั่นยิ่งโมโห คำรามเบาในคอ

“ไอ้แมวขโมย” ทำให้คริสต์ถึงกับสะดุ้งมองแมกซ์อย่างปรามๆ

“พูดจาหยาบคาย อึ๊....อืมม์..” แล้วก็อุทานเมื่อแมกซ์ก้มลงปิดริมฝีปากที่กำลังเจรจาอยู่หนักๆ อย่างลงโทษ ทำเอาเจดที่กำลังมองอยู่หน้าแดงรีบเมินหน้าหนีแทบไม่ทัน

อเล็กซ์หัวเราะแล้วดึงเจดเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น

“คุณไม่ถูกไอ้บ้านั่นกอดหรอกใช่มั้ย” เจดได้ยินก็หันมามอง

“คุณอย่าเรียกเขาอย่างนั้นสิครับ ความจริงแล้วเขาดูสุภาพแล้วก็ใจดีออก” เจดพยายามแก้แทน อเล็กซ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น

“ทำไมต้องไปแก้แทนเขาด้วย” เจดเห็นแววตาอเล็กซ์แล้ว แต่ก็อดพูดต่อไม่ได้

“เขาก็ดูเป็นคนดีนี่ครับ ยังเป็นเพื่อนพวกเราเที่ยวเลย” ร่างบางพึมพำเบาลง

“ผมไม่อยากได้ยินคุณชมคนอื่น ผมเองก็หึงเป็นนะ” อเล็กซ์กระซิบแล้วแอบจุมพิตเบาติดๆกัน แล้วก็อดไม่ได้เมื่อร่างบางเผยอริมฝีปากรับ เขาแทรกปลายลิ้นเข้าไปอย่างนุ่มนวลปลายลิ้นเกี่ยวพันลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่ม

อารมณ์ของชายหนุ่มเริ่มปะทุขึ้นถ้าไม่ได้ยินเสียงคริสต์อุทานประท้วงแมกซ์เบาๆ จากที่นั่งตรงข้าม เขาถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดึงร่างบางให้พิงกับตนเองแกล้งถอนหายใจแรงๆ ทำให้เจดแอบยิ้ม หลับตาฟังเสียงคู่ตรงข้ามที่ยังเถียงกันไม่เลิกรา

“แมกซ์ เจ็บนะ” คริสต์ประท้วงเบาๆ

“สัญญามาสิว่าคราวหน้าห้ามเข้าใกล้ใคร หน้าไหนเด็ดขาด”

“ก็ได้ๆ ครับ แต่ เอ...แล้วถ้าเขาเข้ามาใกล้ผมเองล่ะ”

“ไม่ได้สิ” แมกซ์ค้านออกมาแล้วก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ แต่ก็โมเมพูดต่ออย่างรวบรัด

“อย่างนั้นก็ไม่ได้เหมือนกัน” ทำเอาคริสต์ถึงกับอึ้งแล้วหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นเวลาผมไปไหนๆ คุณก็ต้องไปกับผมสิ จะได้ดูแลผมไงล่ะ”

“ก็ยังได้” แมกซ์รับคำ ทำให้คริสต์หยุดหัวเราะหันมามองอย่างไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นแววตาแมกซ์ ร่างบางก็กระซิบ

“คุณสัญญาแล้วนะ”

“สัญญาครับผม”

แมกซ์ก้มหน้าริมฝีปากร้อนรุมแนบลงมาอีกครั้ง คริสต์ครางเบาๆก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาซุกหน้ากับอกกว้างเพื่อหลบเลี่ยง

“แต่ถ้ายังดื้อดึงล่ะก็ เตรียมรับศึกหนักไว้ให้ดีเถอะ” ร่างบางหน้าแดงหลบตาชายหนุ่ม ซุกตัวเข้าไปจนแทบเกยกับตักกว้าง แต่ก็อดพึมพำตอบอย่างไม่ยอมแพ้

“ไม่เห็นกลัว” ทำให้แมกซ์อดยิ้มไม่ได้

คริสต์ลงจากรถอย่างรวดเร็ว ร่างบางตรงเข้ากอดมาร์คัสที่เปิดประตูรถตอนหน้าลงมา เขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตแก้มพร้อมกับกระซิบ

“ขอบคุณครับ มาร์คัสวันนี้ผมสนุกมากเลย” มาร์คัสอมยิ้มแกล้งเหลือบตาไปที่แมกซ์ อเล็กซ์หัวเราะเมื่อเห็นแววตาขุ่นของพี่ชายแล้วก็หุบยิ้มทันทีเมื่อเจดเดินเข้าไปจุมพิตมาร์คัสบ้าง

“ขอบคุณ มาร์คัส”

ร่างบางทั้งคู่เดินลอยชายเข้าบ้านขณะที่มาร์คัสหัวเราะ หึ หึ เดินตามทิ้งให้แมกซ์กับอเล็กซ์มองตามอย่างขบขันแกมโมโห นี่ขนาดเตือนแล้วนะยังทำให้เห็นต่อต่อตาเลย ทั้งคู่คิดตรงกันโดยบังเอิญ

“รอคืนนี้เถอะ”

c c c c c c

“อา..อุ๊ว์...อูว์..” เสียงครางสลับกับเสียงหอบหายใจของร่างบางดังเป็นระยะ แสงไฟจากหัวเตียงสาดส่องให้เห็นถึงร่างสองร่างที่กำลังพัวพันกันแนบสนิทบนเตียงกว้าง ร่างบอบบางงดงามของเจดต้องแสงไฟเป็นประกายขาวนวล ตัดกับร่างสีแทนสูงใหญ่ของอเล็กซ์ที่กำลังบุกรุกอยู่อย่างชัดเจน

แขนขาเรียวของเจดเกาะก่ายร่างสูงเป็นหลักยึด ขณะที่สะโพกแกร่งนั้นกำลังจู่โจมส่วนที่บอบบางอย่างรุนแรงหนักหน่วง ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงหอบครางของทั้งคู่ อเล็กซ์สัมผัสร่างบางนุ่มละมุน กระตุ้นทุกจุดสัมผัสจนทำให้เจดเร่าร้อน ด้วยความสุขสมที่ทวีขึ้น

“อื้อ..อึ้ก...ฮึก...”

“อา..เจด..”

“อเล็กซ์...” ศีรษะเจดสะบัดไปมา เหงื่อซึมจนร่างเปียกชื้น ขณะที่ต้นขาเรียวแยกออกกว้าง จิกปลายเท้ากับที่นอนไว้แน่น สะโพกขยับรับเป็นจังหวะกับการสอดแทรกของชายหนุ่ม

“เร็ว...อเล็กซ์..อีก..” ร่างบางหลุดคำพูดเป็นห้วงๆ เมื่ออารมณ์ปรารถนาถึงขีดสุด แล้วร่างบางก็อุทานออกมาเมื่อความสุขสมระเบิดพร่างพรู ร่างบางเกร็งแอ่นโค้งหลั่งรินความปรารถนาออกมาแล้วทิ้งร่างลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง

“อา เจด” อเล็กซ์อุทานถอนสะโพกออกมาจนสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไป มือใหญ่รั้งสะโพกบางไว้ขณะฝังกายแนบแน่นหลั่งรินความร้อนแรงออกมา ศีรษะสะบัด เงยหน้าขึ้นร่างสูงเกร็งสั่นสะท้านด้วยความสุข มือจิกที่สะโพกนุ่มจนร่างบางแทบจะช้ำไปทั้งตัว

อเล็กซ์ทรุดตัวลงทับร่างบาง เจดรู้สึกถึงน้ำหนักที่ทาบลงมาอย่างยินยอมพร้อมใจ มือบางลูบไล้ไปที่เส้นผมตรงดำสนิทปกคลุมศีรษะได้รูปที่ซบบนหน้าอกเรียบเนียน อเล็กซ์ค่อยๆยกศีรษะขึ้นสบตาสีเขียวใสของเจด ก่อนถอนกายออกพลิกตัวนอนหงายดึงร่างบางขึ้นมาเกยบนอกกว้างของตนแทน

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าเจดรวบรวมกำลังได้ ร่างบางลุกขึ้นช้าๆ คว้าเสื้อคลุมมาสวมไม่สนใจเสียงทักท้วงของอเล็กซ์ เจดทรงตัวขึ้นยืนแล้วก็นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ไหลมาตามต้นขาเรียว ร่างบางขยับไปที่ลิ้นชักเปิดออกหยิบเอากล่องกำมะหยี่ออกมา เจดสบตาร่างสูงขณะเดินกลับมาที่เตียง อเล็กซิสนอนหนุนแขนตัวเองเหยียดยาวมองร่างบางตรงหน้า เมื่อเจดคุกเข่าข้างๆเขาพร้อมกับยื่นกล่องในมือให้ ร่างสูงจึงค่อยดึงตัวเองขึ้นนั่งช้าๆ

อเล็กซ์เปิดกล่อง เขามองและหยิบแหวนขึ้นมาแล้วเงยหน้ามองร่างบาง เจดยิ้มก่อนจะพูดอย่างเขินอาย

“คนอื่นจะได้รู้ว่าคุณมีเจ้าของแล้วไงครับ”

ชายหนุ่มยิ้ม ดวงตาสีเทาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลเขามองร่างบางตรงหน้า

“สวมให้ผมสิ เจด” อเล็กซ์พูดเสียงเบา

เจดสวมแหวนให้กับอเล็กซ์ มองร่างสูงอย่างเป็นเจ้าของ ขณะที่อเล็กซ์ค่อยๆก้มลงจุมพิตร่างบางอย่างดูดดื่ม กดร่างบางลงกับที่นอนช้าๆ ก่อนจะแนบร่างสูงลงไปอีกครั้งกระซิบเบาๆข้างใบหูบอบบาง

“ผมรักคุณ”

c c c c c c

“อืมม์”

คริสต์ขยับตัวเล็กน้อย ขณะนั่งพิงอกกว้างของชายหนุ่มในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นั่นร่างบางขยับเอียงศีรษะให้ เมื่อมือแข็งแรงขยับฟองน้ำลูบไล้ตามไหล่ลาด ไล้ลงไปที่เรียวแขนเบาๆ แล้วร่างบางก็ต้องครางออกมา เมื่อมือนั้นเริ่มขยับลูบไล้ไปทั่วตัวแล้ววกกลับมาสัมผัสที่หน้าขาเขา คริสต์จับมือใหญ่ไว้ แต่เมื่อสัมผัสถูกแหวนร่างบางก็ยิ้ม เขาคงไม่มีวันลืมสายตาของแมกซ์ เมื่อชายหนุ่มรับแหวนที่เขายื่นให้ หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ตอบแทนของขวัญชิ้นนี้จนเขาช้ำไปทั้งตัว ขยับแทบไม่ไหวเลยทีเดียว

คริสต์หมุนตัวคว้าฟองน้ำจากมือชายหนุ่มแล้วเริ่มลูบไล้ไปทั่วอกกว้างนั้นบ้าง แมกซ์ถอนหายใจเมื่อพิงศีรษะกับขอบอ่าง ทอดแขนวางไปตามความยาวของอ่าง ปล่อยให้ร่างบางปรนนิบัติเขาอย่างนุ่มนวล มือบางขยับฟองน้ำไปทั่วตัวแล้ววกกลับมาที่หน้าท้อง แมกซ์ครางเมื่อมือบางทิ้งฟองน้ำไปใช้มือสัมผัสความเป็นชายของเขาแล้วเคล้าคลึงอย่างกล้าหาญ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นคว้าร่างบางมาแนบตัว แล้วก็ต้องหัวเราะปนครางเบาๆ เมื่อสัมผัสถึงความตื่นตัวของร่างบางที่แนบกับหน้าท้องเขาเช่นกัน

คริสต์สบตาชายหนุ่มแล้วกัดริมฝีปาก เมื่อมือแข็งแรงลูบคลำมาที่บั้นท้ายนุ่มปลายนิ้วแข็งแรงสัมผัสที่ปากทางแล้วแทรกปลายนิ้วเข้าไปอย่างง่ายดายด้วยความเปียกลื่นของสบู่

“อ๊ะ..” คริสต์อุทานเมื่อแมกซ์เพิ่มจำนวนนิ้ว เป็นสอง สาม แล้วเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะเร็วขึ้น ร่างบางขยับร่างเสียดสีกับร่างชายหนุ่ม มือยึดจับไหล่กว้างแล้วเปลี่ยนเป็นคล้องคอชายหนุ่มแนบริมฝีปากบางไปที่ริมฝีปากของชายหนุ่มปลายลิ้นเล็กค่อยๆ แตะไล้อย่างช้าๆ แมกซ์อ้าปากรับพร้อมกับดูดดื่มปลายลิ้นที่แหย่เข้ามาในปากเขาอย่างกล้าหาญ ก่อนจะเริ่มเป็นฝ่ายรุกตวัดเกี่ยวลิ้นนุ่มบ้าง

“อือ....อื้อ...” คริสต์ครางทั้งที่ปากยังพัวพันไม่ว่างอยู่เมื่อชายหนุ่มถอนนิ้วออกมา มือจับสะโพกบางจ่อไปที่ความแข็งแกร่งก่อนจะกดเอวบางลง ขณะที่ปลายลิ้นยังคงเกี่ยวพันในปากคริสต์อยู่

“อุ๊...อูวว์....” คริสต์อุทานออกมาค่อยๆ เนื่องจากแมกซ์จูบซับเสียงไปจนหมด ร่างสูงขยับเอวคริสต์ขึ้นลงเป็นจังหวะ การสอดแทรกเป็นไปอย่างรวดเร็ว หนักหน่วง จนคริสต์รู้สึกเสียวซ่านร่างบางสั่นระริก เกร็งกล้ามเนื้อบีบรัดชายหนุ่มเป็นจังหวะ

“อาา...คริสต์..อื้มม...ดีเหลือเกิน..” ชายหนุ่มหอบหายใจจับขาเรียวพันรอบเอวเขาไว้ มือช้อนบั้นท้ายนุ่ม ก่อนทรงตัวลุกขึ้นทั้งที่ส่วนหนึ่งยังอยู่ในร่างคริสต์

“อ๊ะ..อ๊า..แมกซ์...อึ๊ก จะทำอะไร” ร่างบางเกาะชายหนุ่มไว้ความรู้สึกเสียวซ่านพุ่งขึ้นส่วนสำคัญที่เสียดสีกันเมื่อชายหนุ่มขยับเดิน แมกซ์ยิ้มเมื่อร่างบางคราง หอบหายใจหนัก ก่อนทรุดตัวลงคุกเข่าวางร่างบางกับพื้นพรมหนานุ่มหน้าอ่างอาบน้ำ มือจับต้นขาเรียวแยกออกกว้าง สอดมือไปใต้ข้อพับเข่ายกสะโพกบางให้สูงขึ้น และเปิดกว้าง เขามองร่างงดงามเบื้องล่างด้วยสายตาลึกซึ้ง จนร่างบางเริ่มแดงระเรื่อไปทั้งตัวด้วยความอาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มจังหวะสอดแทรกอย่างหนักหน่วงรุนแรง จนทำให้คริสต์เริ่มต้นกรีดร้องสลับกับครางอย่างไม่เป็นจังหวะด้วยความปรารถนาอีกครั้ง ในที่สุดร่างบางก็ทนไม่ไหวเมื่อความสุขพุ่งปราดขึ้นจนตาพร่าพราย มือบางจิกพื้นพรมแอ่นสะโพก กรีดร้องพร้อมกับหลั่งรินน้ำสีขาวขุ่นออกมา

“อา..คริสต์.....” ชายหนุ่มครางเสียงหนักขณะขยับสะโพกเข้าหา ฝังกายแนบแน่นกับบั้นท้ายนุ่มนั้น ฉีดพุ่งความร้อนผ่าวเป็นจังหวะเข้าไปในตัวคริสต์อย่างมากมาย

คริสต์สูดลมหายใจลึกค่อยๆลดขาลงจากเอวชายหนุ่มอย่างหมดแรง แมกซ์ค่อยๆถอนตัวออก ทิ้งกายนอนคว่ำบนพรมหนานุ่มข้างร่างบาง ผ่านไปครู่ใหญ่จนตัวทั้งคู่เริ่มแห้ง แมกซ์จึงหาเสียงตนเองพบ เขาหัวเราะเสียงพร่า

“ดีนะที่ยังอยู่ในห้องน้ำ จะได้อาบน้ำต่อได้เลย” เขาตะแคงหน้าพูด ก่อนลุกขึ้นช้อนร่างบางพาไปที่คอกฝักบัวเพื่อล้างคราบสบู่ออก
คริสต์อมยิ้มแล้วหลับตาอิงร่างสูงไว้เป็นหลักเมื่อละอองน้ำโปรยปรายลงมา

c c c c c c

ไม่นานร่างบางในเสื้อคลุมหนานุ่มก็นอนซุกอกกว้างอยู่บนเตียงนอนใหญ่ คริสต์พึมพำเบาๆ

“ห้ามหึงไม่มีเหตุผลอย่างนี้อีกนะแมกซ์ ทั้งที่ความจริงผมควรเป็นฝ่ายหึงคุณมากกว่า ในเมื่อคุณเองเคยมีคู่ควงคนอื่นมาตั้งมากมาย ผมจะแน่ใจในตัวคุณได้หรือยังนะนี่” คริสต์ล้อเขา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนบ่าย

“หึ นั่นก่อนผมได้พบคุณนะ ตอนนี้ผมไม่มีทางเสี่ยงกับอะไรๆ ที่อาจทำให้เสียคุณไปแน่คริสต์” แมกซ์พึมพำกับตนเอง ทำให้คริสต์เงยหน้าขึ้น มองใบหน้าคมเข้มสมชายนั้น แล้วร่างบางก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน ไม่คิดว่าคนที่มั่นใจในตัวเองมากอย่างแมกซ์จะมีอารมณ์เช่นนี้ด้วย

“จะมีใครในโลกนี้ ที่เหมือนคุณบ้างมั้ยนะ” คริสต์พึมพำ

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบเป็นประกายวูบขึ้นมาอย่างอันตราย แมกซ์จับมือบางไว้แน่น

“ถ้ามีคนคนนั้นอยู่จริงๆ ผมจะไม่รีรอที่จะทำให้เขาหายไปจากโลกนี้ เพื่อให้แน่ใจเลยว่าเขาจะไม่มีโอกาสเข้าใกล้ แล้วทำให้คุณไขว้เขวเป็นอันขาด”

คริสต์คลี่ยิ้มออกมา มองชายหนุ่มด้วยความรัก

“อย่าพูดน่ากลัวอย่างนั้นสิครับแมกซ์ ไม่มีใครทำให้ผมรักได้เท่าคุณหรอก”

ร่างบางพูดเหมือนสัญญา ขณะแนบร่างบางเข้ากับอ้อมแขนแข็งแรงนั้น ก่อนจะพริ้มตาลงทิ้งรอยยิ้มติดอยู่ที่ริมฝีปาก ขณะที่แมกซ์รัดแขนรอบร่างบางไว้กระซิบกับใบหูบอบบาง

“ผมจะทำให้คุณแน่ใจว่า คุณเป็นของผมเท่านั้น”

c c c c c c

เย็นของอีกวันแมกซ์กับอเล็กซ์ก็มองหาร่างบางเมื่อลงจากรถ เมื่อไม่เห็นร่างคุ้นตาที่มักจะรอรับเขาเสมอ

“เจดกับคริสต์อยู่ไหน มาร์คัส”

“เอ่อ เห็นบ่นว่าเบื่อๆ นะครับ เลย......”

แมกซ์หันขวับมาทันที

“อย่าบอกนะว่านายปล่อยให้ทั้งคู่ออกไปข้างนอกตามลำพังอีก มาร์คัส”

“คุณแมกซ์ ผมยังไม่ได้พูดอย่างนั้นซักหน่อย” มาร์คัสอมยิ้มก่อนพูดต่อ

“บ่นว่าเบื่อ เลยไปค้นหนังสืออ่าน ตอนนี้อยู่ในห้องสมุดครับ”

อเล็กซ์ถอนหายใจ ขณะที่แมกซ์บ่นอยู่ในลำคอที่มาร์คัสทำให้เขาตกใจ ชายหนุ่มเดินตรงไปที่ห้องสมุด เปิดประตูเข้าไปเบาๆ แล้วสีหน้าทั้งคู่ก็อ่อนโยนลงเมื่อเห็นเจดกับคริสต์

ร่างบางทั้งคู่นอนหลับสนิท อยู่บนพรมขนสัตว์สีขาวผืนใหญ่ที่ปูอยู่หน้าเก้าอี้ยาว กองหมอนอิงถูกดึงลงมากองรอบตัว หนังสือวางเป็นตั้งอยู่อีกมุมหนึ่ง บางเล่มถูกเปิดค้างไว้

มาร์คัสที่เดินตามมาเห็นดังนั้นจึงออกคำสั่งกับเจ้านายทั้งคู่บ้าง

“อีกสองชั่วโมงถึงเวลาอาหารเย็น แล้วค่อยปลุกนะครับ” เขาเอื้อมมือปิดประตูห้องสมุดเหมือนไล่แมกซ์กับอเล็กซ์กลายๆ

“เมื่อคืนไม่รู้ไปทำอะไรมา หรือไม่ก็ใครบางคนคงไม่ยอมให้พัก ถึงได้หลับปุ๋ยกันตั้งแต่บ่าย” มาร์คัสบ่นให้ทั้งคู่ได้ยินก่อนเดินกลับไป ทิ้งให้แมกซ์กับอเล็กซ์ยืนทำหน้าเขินมองกันแล้วก็หัวเราะเบาๆ อย่างอดไม่ได้กับความเจ้ากี้เจ้าการของมาร์คัส

end